รองเท้า Adidas รุ่นไหนดี 2021 รวมมาแล้ว รีวิว 5 รุ่น

+ "รองเท้า Adidas" รุ่นไหนดี 2020 รวมมาแล้ว รีวิว 5 รุ่น +

ถ้าพูดถึงแบรนด์กีฬา มันต้องมีชื่อแบรนด์ Adidas เข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยอย่างแน่นอน เพราะเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการเลยครับ สินค้าของ Adidas นั้นมีหลากหลายมาก ๆ ทั้งเด่นในการใช้เล่นกีฬา และเด่นในด้านแฟชั่นอีกด้วย ผมเป็นคนหนึ่งที่แอบบ้าแบรนด์นี้เหมือนกัน มีสินค้าของเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยทีเดียว บางวันแต่งตัวมีแต่แบรนด์ Adidas ครับ แต่ส่วนที่สำคัญที่สุดที่ทำให้บ้าแบรนด์นี้มากก็คือ “รองเท้า Adidas” นั้นเอง วันนี้จึงขอมารีวิว รองเท้า Adidas ที่กระผมมีทั้ง 5 คู่ ให้ได้อ่านกัน เผื่อใครที่สนใจอยากจะซื้อบ้าง จะได้มีข้อมูลเอาไว้ตัดสินใจครับ

คำแนะนำในการซื้อ “รองเท้า Adidas”

คำแนะนำในการซื้อ "รองเท้า Adidas"

เอาจริง ๆ วิธีการเลือกซื้อรองเท้าที่ดีที่สุดคือ การได้ไปทดลองใส่รองเท้าด้วยตัวเองครับ จะทำให้สามารถรู้ได้เลยว่า รองเท้าคู่ไหน ไซส์ไหนเหมาะสมกับเท้าของเรามากที่สุด

แต่ถ้าอยากจะซื้อทางออนไลน์ ต้องเลือกซื้อกับร้านหรือเว็บไซต์ที่มั่นใจได้นะครับ สำหรับผม จะซื้อกับ Web Official อย่าง Adidas.co.th เท่านั้น เพราะ “ตัดปัญหาเรื่องรองเท้าปลอม” ไปได้เลย มันมีกรณีส่งรองเท้าปลอมมาให้อยู่นะครับ และถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา เช่น รองเท้าที่ส่งมาชำรุด ของไม่ตรงกับที่สั่ง มันยังสามารถติดต่อไปยังทางเว็บไซต์เพื่อให้เขาแก้ปัญหาได้อยู่

และที่สำคัญที่สุดคือ Adidas.co.th เขามีการันตี “คืนสินค้าฟรีภายใน 30 วัน” ด้วย (***เงื่อนไขเป็นไปตามที่ทาง Adidas.co.th กำหนด ) ซึ่งเป็นอะไรที่ดีมาก เพราะถ้าได้รองเท้าไซส์ไม่เหมาะสมกับเท้าเรา หรือพอเห็นของจริงแล้วไม่ชอบ มันยังสามารถส่งคืนเพื่อเอาเงินคืนได้อยู่ครับ แต่ถ้าซื้อกับเว็บที่ไม่มีการรับประกัน พอเกิดปัญหามา มันไม่จบง่าย ๆ นะครับ รองเท้าก็ไม่ใช่จะถูก ๆ ด้วย เพื่อความสบายใจ ผมแนะนำว่า ซื้อกับ Adidas.co.th หรือไปซื้อเองที่ร้านก็ได้ครับ แต่ก็พอเข้าใจนะครับว่า ร้านค้าใน Shopee หรือ Lazada มันราคาถูกกว่าจริง ๆ ถ้ายอมรับความเสี่ยงได้ ก็ลองซื้อจากเว็บเหล่านี้ก็ได้ครับ

และปัญหาอีกส่วนที่ผมมักเจอคือ รองเท้ามันใส่ไม่ได้ถึงแม้ว่าจะซื้อไซส์ขนาดเท้าเราก็ตาม อย่าไปคิดว่า รองเท้า Adidas ทุกรุ่นและทุกไซส์มันจะมีขนาดเหมือนกัน ใส่แล้วกระชับเท้าเหมือนกันหมดนะครับ ตัวอย่างเช่น ผมเท้าขนาด 8 1/2 US แต่พอไปซื้อรองเท้า Adidas บางรุ่น มันใส่ 8 1/2 ไม่ได้ มันคับแน่นมาก ๆ ต้องเพิ่มขนาดเบอร์ไปอีกครึ่งหรือหนึ่งเบอร์เลยทีเดียว เพราะฉะนั้น ถ้าซื้อกับ Adidas.co.th มันยังสามารถคืนได้ เปลี่ยนได้ แต่ถ้าเว็บอื่นแล้วเลือกซื้อไซส์มาผิด มันอาจจะทำอะไรไม่ได้เลยนะครับ ผมถึงได้บอกไว้ตอนต้นว่า การได้ทดลองใส่เป็นวิธีการเลือกซื้อที่ดีที่สุดครับ

1. รองเท้า Adidas รุ่น STAN SMITH

1. รองเท้า Adidas รุ่น STAN SMITH

ราคาโดยประมาณ 3,200 บาท

รองเท้า Adidas คู่แรกที่อยากจะมารีวิวให้ได้ทราบกันกับรุ่น STAN SMITH ที่คิดว่าหลาย ๆ คนน่าจะคุ้นตากันมาบ้างแล้ว โดยรุ่นนี้ ได้ออกแบบและทำขึ้นมาเพื่อนักกีฬาเทนนิสชื่อ STAN SMITH ในปี 1971 จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปจึงได้กลับมาอีกครั้งเป็นรองเท้าทรง Classic สีขาวที่เห็นหลายคนใส่กันอยู่ทุกวันนี้ครับ

ตอนแรกที่ผมเห็นก็เฉย ๆ รู้สึกว่าไม่ค่อยสวย ผมคิดว่ารุ่น Super Star สวยกว่า แต่โดนเพื่อนยุบอกว่า ของมันต้องมี ตอนนั้นก็งง ๆ มึน ๆ ก็เลยไปซื้อมา และตอนที่ไปซื้อ มันดันมีแต่สีเขียวตรงแถบป้ายส้นรองเท้า (Heel Tab) วางขายเท่านั้น จริง ๆ ผมไม่ค่อยชอบ อยากได้สีอื่นมากกว่า เพิ่งมารู้ทีหลังว่า STAN SMITH มันมีแถบป้ายส้นรองเท้า สีอื่น ๆ ด้วยครับ มีทั้งสีดำ สีน้ำเงิน สีแดง และหลัง ๆ STAN SMITH ตัวใหม่ ๆ มีสีขาว และสีฟ้าอ่อนด้วย เสียดายมากตอนซื้อไม่รู้ เพราะจริง ๆ ผมอยากได้สีดำหรือสีน้ำเงินมากกว่าครับ แต่สีเขียวเป็นสี Original นะ

STAN SMITH
น่าอายมาก ใส่จากรองเท้าขอบขาวเป็นสีเหลืองเลย ถ้าเป็นรองเท้าคู่ใหม่มันสวยกว่านี้ครับ และสีตรงแถบป้ายส้นรองเท้า (Heel Tab) นี้แหละ ที่มีให้เลือกกันหลายสี

พอได้มาแล้ว ตอนแรกมองก็ยังรู้สึกว่า ไม่ชอบมันดูยังไงไม่รู้ แต่ซื้อมาแล้วก็เลยทน ๆ ใส่ไป แต่พอใส่ไปเรื่อย ๆ ก็พบว่า รองเท้ามันใส่สบายมาก ๆ นิ่มเท้า ใส่เดินทั้งวันก็ยังสบาย ๆ ไม่ปวดเท้าเลย รองเท้าก็ไม่หนักมาก กำลังดี และถอดเข้าถอดออกก็ง่ายแบบสุด ๆ ด้วยครับ ส่วนไซส์รองเท้าก็ค่อนข้างตรงเบอร์ อย่างผมใส่รองเท้าเบอร์ 42 ก็เลือกซื้อเบอร์ US 8 1/2 ใส่ได้พร้อมถุงเท้าไม่คับเท้าเลยครับ

และเนื่องจากเป็นรองเท้าโทนสีขาว เลยทำให้แต่งตัวกับอะไรก็ง่ายมาก ใส่กับกางเกงยีนก็สวย ขาสั้นก็ดีครับ ปรับแต่งได้หลายสไตล์มาก ๆ จะใส่ไปเดินเล่น เดินห้าง ใส่ไปเที่ยวต่างประเทศก็ดีนะครับ ลาก STAN SMITH ไปคู่เดียว เอาอยู่ และยังใส่เอาไปเล่นกีฬาได้อยู่นะ ผมเคยเอาไปใส่เข้ายิม เล่นพวกแมชชีนกับปั่นจักรยานก็พอได้อยู่ แต่ถ้าเอาไปวิ่งไม่เหมาะอย่างแรง และยังเป็นรองเท้าที่ทนทานมาก ๆ ผมใส่ใช้งานแบบชนิดสมบุกสมบัน ใช้แบบไม่ดูแลเลย ก็ยังอยู่ทรง ใส่สบายอยู่ครับ จนผมชอบใส่คู่นี้บ่อยมาก ถ้าวันนั้นไม่รู้จะใส่คู่ไหนดี ส่วนใหญ่ผมจะจบที่ STAN SMITH จนมันเป็นรองเท้าคู่ใจผมเลยครับ

แต่มันก็มีข้อเสียเหมือนกัน โดยเฉพาะทรงของรองเท้า เวลาใส่แล้วมันจะดูหนา ๆ ตัน ๆ และค่อนข้างรู้สึกหนักหลังเท้า ซึ่งถ้าเทียบกับรองเท้าผ้าแบบ Converse ที่บางกว่าเบากว่า หลังเท้าอาจจะใส่สบายไม่เท่า แต่เรื่องฝ่าเท้าและความทนทาน STAN SMITH ดีกว่าเยอะครับ และอีกจุดที่น่าเบื่อคือ สีขาวนั้นเอง มันสวยนะ แต่เปื้อนง่ายมาก ๆ และถ้าใส่บ่อย ๆ จะดูเก่าเร็วแบบสุด ๆ อย่างรองเท้าผมใส่จนหนังเปลี่ยนสีไปเลย ใกล้พังแล้วครับ ดูไม่สวยเหมือนตอนแรก ๆ เลย แต่ก็ไม่ได้คิดมาก ของซื้อมามันต้องใช้ คิดว่าถ้าใส่จนพังแล้ว จะซื้อคู่หน้าต่อแน่ ๆ แต่คราวนี้จะเลือกซื้อแถบป้ายส้นเท้าสีอื่นแน่ ๆ อย่างสีดำหรือสีฟ้าอ่อนครับ

สไตล์Classic แต่งโลโก้อาดิดาสตรงแถบป้ายส้นเท้าและที่ลิ้น
แรงบันดาลใจกีฬาเทนนิส
อัปเปอร์หนังแท้เกรดพรีเมียม สัมผัสนุ่ม แต่งแถบ 3-Stripes เเบบเจาะรู
ภายในบุด้วยหนังสังเคราะห์
พื้นรองเท้าแบบคัพโซลทำจากยางสีขาว
สีรองเท้าสีขาว มีโลโก้อาดิดาสหลายสีให้เลือก เช่น สีเขียว ดำ ฟ้า แดง เป็นต้น
ความสบาย4.5/5

2. รุ่น SUPER STAR

2. รุ่น SUPER STAR

ราคาโดยประมาณ 3,200 บาท

ปกติถ้าจัด STAN SMITH มาแล้ว SUPER STAR มันจะตามมาติด ๆ เหมือนเป็นรองเท้าพี่น้องครับ สำหรับตัวนี้ออกแบบมาเพื่อกีฬาบาสเกตบอลในยุค 70 ครับ โดยตัวรองเท้าจะมีทรงคล้าย ๆ กับ STAN SMITH มีตราโลโก้ Adidas ตรงส้นเท้าเหมือนกัน แต่จุดเด่นของ SUPER STAR คือ แถมสี 3 แถมด้านข้างที่เป็นเอกลักษณ์ของ Adidas และตรงหัวรองเท้าเป็นลายเปลือกหอยที่ดูแปลกตาครับ

โดยสีหลัก ๆ จะมีให้เลือกซื้อกันอยู่สามสีคือ รองเท้าสีขาวแถบดำ สีดำแถบขาว และสีดำล้วน โดยตัวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะเป็น สีขาวแถบดำ แต่มันจะมีสีพิเศษแบบอื่น ๆ ขายด้วยอย่างสีขาวแถบน้ำเงินแดง เป็นต้น ซึ่งเป็นสีที่ผมซื้อมาและเนื่องจากสีนี้ไม่ได้เป็นสี Classic มันอาจจะหาซื้อยากหน่อยนะครับ ส่วนเรื่องการแต่งกายก็จะได้แนวสตรีทที่เด่นชัดมาก ถ้าซื้อสีขาวแถบดำก็จะแต่งตัวง่ายหน่อย ใส่คู่กับอะไรก็ได้เหมือนรุ่น STAN SMITH เลยครับ แต่แค่ SUPER STAR เวลามองแล้วจะรู้สึกถึงความเป็น Adidas ได้ชัดเจนมากกว่า และค่อนข้างมีลูกเล่นมากกว่า ถ้าเป็นคนชอบแนวเรียบ ๆ แต่มีสีสัน คู่นี้จะดีกว่า STAN SMITH ครับ

แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความสบาย ขอยกให้ STAN SMITH ชนะขาด เพราะ SUPER STAR ใส่แล้วเจ็บหน้าเท้ามากครับ เหมือนตัวรองเท้ามันออกแบบให้หัวรองเท้ามีขนาดเล็ก กระชับ และป้องกันการโดนเหยียบได้ดี แต่มันก็ทำให้เวลาใส่แล้วตรงหน้าเท้ามันเหมือนโดนบีบ ถ้าใส่แค่ไปเดินห้างเล่น ๆ นั่งพักตามคาเฟ่บ่อย ๆ อาจจะไม่รู้สึกอะไรเท่าไร แต่ถ้าเดินนาน ๆ นี้ หัวแม่โป้งมันจะเสียดสีกับผนังหัวรองเท้าบ่อยมาก จนเจ็บหัวแม่โป้งไปหมดเลยครับ นี่ขนาดผมมีเท้าแบบธรรมดาแล้วนะ ถ้าพวกมีเท้าขนาดกว้างพิเศษ ใส่คู่นี้รับรองว่า ปวดเท้าแน่นอน

"รองเท้า Adidas" รุ่นไหนดี
หัวลายเปลืองหอยที่มีความหนาและแข็ง ช่วยป้องกันการโดนเหยียบได้ดี แต่ก็บีบหน้าเท้ามากเลย

เท่านั้นยังไม่พอ ตรงหน้าเท้าว่ารัดแล้ว แต่ตรงปลายเท้าดันมีขนาดใหญ่ เวลาใส่แล้วมันเหลือพื้นที่ด้านหลังส้นเท้าอยู่พอสมควรเลย ทำให้เวลาเดินหลังเท้ามันขยับไปมาอยู่บ้าง และถ้าลงเท้าไม่ดี หลังเท้ามันจะชอบลอย ๆ เหมือนจะหลุดออกมาได้ครับ เวลาผมใส่คู่นี้ จะมัดเชือกรองเท้าแปลก ๆ หน่อย คือจะพยายามทำให้ตรงหัวรองเท้าหลวม ๆ แล้วมามัดกระชับแน่นขึ้นตรงข้อเท้าครับ

โดยรวมแล้วถือว่า เป็นรองเท้ามีดีไซน์เด่น สวย ทำออกมาได้ทนทาน มีคุณภาพดีมาก แต่ผมใส่แล้วมันไม่สบายเท้าเท่าไร จึงเป็นคู่ที่ผมนาน ๆ ใส่ที อารมณ์แบบเบื่อใส่ STAN SMITH จึงมาใส่คู่นี้บ้าง ไม่ได้ใส่บ่อยครับ

สไตล์Classic แต่งโลโก้อาดิดาสตรงแถบป้ายส้นรองเท้าและที่ลิ้น
แรงบันดาลใจกีฬาบาสเกตบอล
อัปเปอร์หนังแท้เกรดพรีเมียม สัมผัสนุ่ม แต่งแถบสีรอยหยัก 3-Stripes
ภายในบุด้วยหนังสังเคราะห์
พื้นรองเท้าทำจากยาง
สีรองเท้าสีขาวแถมดำ สีดำแถมขาว สีดำล้วน
ความสบาย2/5

3. รองเท้า Adidas รุ่น NMD

3. รองเท้า Adidas รุ่น NMD

ราคาโดยประมาณ 4,600-5,000 บาท

รองเท้า Adidas รุ่น NMD เป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมในบ้านเรา ถึงขนาดช่วงหนึ่งเป็นรองเท้าที่หลาย ๆ คนบอกว่า “ของมันต้องมี” กันเลยทีเดียวครับ ซึ่งเจ้ารุ่น NMD ก็มีหลากหลายรุ่นย่อยลงไปอีก เช่น NMD_R1, NMD_R1 V2 เป็นต้น และตรงส่วนอัปเปอร์ก็จะเป็นผ้าถักแบบถี่ ๆ ที่ช่วยระบายอากาศ มีความนุ่มสบายหลังเท้า และมีหลายสไตล์ให้เลือกด้วยครับ ไม่ว่าจะเป็นแบบ แถบ 3 แถบเหมือน SUPER STAR, แบบสีขาวล้วน หรือแบบลายทหาร เป็นต้น

แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ตรงพื้นโฟมชั้นล่างจะมีแถบขอบชื่อ Adidas และโลโก้ติดอยู่ตรงหน้าเท้าหันออกไปด้านนอก และมีแถมเส้นแบบตั้ง 8 เส้น ติดอยู่ตรงด้านข้างบริเวณหลังเท้าทั้งด้านในและด้านนอก กับมีแถบป้ายติดอยู่ตรงส้นเท้าเลยเหนือขอบรองเท้าขึ้นมา ซึ่งเวลามองเห็นสิ่งพวกนี้แล้ว จะรู้เลยว่าเป็นรองเท้า Adidas รุ่น NMD ครับ

NMD
แถบตราโลโก้ Adidas และ แถบเส้นตั้งแปดเส้นนี้แหละ คือสัญลักษณ์ของ NMD

ยอมรับเลยว่าเป็นรองเท้าที่ใส่สบายเท้ามาก ๆ อีกคู่ โดยเฉพาะหลังเท้าที่เป็นแบบผ้า จะรู้สึกนิ่ม กระชับและไม่หนักเท้า ส่วนตรงหัวรองเท้าก็ไม่บีบรัด ไม่แข็ง และขยับนิ้วเท้าไปมาได้ไม่เหมือนพวก STAN SMITH กับ SUPER STAR ที่เป็นหนัง ตรงส้นเท้าก็ทำออกมาได้กระชับ ใส่แล้วไม่รู้สึกหลวมเลย คือใส่สบายมาก ๆ แบบว่าไม่จำเป็นต้องใส่ถุงเท้าก็ยังรู้สึกสบายเท้าเลยครับ ส่วนพื้นรองเท้าก็เป็นโฟมที่ช่วยรองรับฝ่าเท้า ใส่แล้วก็นิ่มมาก เดินไกล ๆ ได้สบาย ๆ ไม่รู้สึกปวดฝ่าเท้าเลย ถ้าเทียบเรื่องความสบายแล้ว NMD คู่นี้ ใส่สบายกว่าสองคู่บนมาก ๆ และเป็นคู่ที่ผมชอบใส่พอ ๆ กับ STAN SMITH เลยครับ

แต่รุ่นนี้เหมือนรองเท้ามันไม่ตรงไซส์นะครับ อย่างเท้าผม 8 1/2 US พอใส่เบอร์นี้มันคับแน่นเท้ามาก ๆ ควรจะเพิ่มเบอร์อีกสักครึ่งเบอร์ครับ อย่างผมเวลาซื้อจริง ๆ ผมซื้อเบอร์ 9 US ครับ และมีปัญหานิดหน่อยตรง ขอบส้นเท้าของ NMD ด้วย มันมีลักษณะดันสูงขึ้นมา ทำให้เวลาใส่เดินไปนาน ๆ แล้ว มันจะชอบเสียดสีกับผิวหลังข้อเท้า พอเสียดสีไปมานาน ๆ อาจจะทำให้เกิดแผลถลอกตรงหลังข้อเท้าได้ครับ

NMD
เกือบจะใส่สบายเท้าแล้วเชียว เพราะขอบตรงส้นรองเท้าที่เดียวเลย

ผมเคยใส่เดินเล่นเรื่อย ๆ หลายกิโลมันเสียดสีจนแสบเลยทีเดียว หลังจากนั้นเวลาเดินเลยต้องพยายามให้ขอบมันไม่ชนหลังข้อเท้า โดยการดันเท้าทั้งหมดไปที่ด้านหน้าแล้วประคองเท้าไว้ เป็นการเดินที่ตลกและลำบากมาก ๆ ซึ่งก็มีวิธีการแก้ปัญหานี้ ด้วยการใส่ถุงเท้าให้ยาวเกินขอบขึ้นมา แต่บางทีการแต่งตัวมันก็ต้องใส่ถุงเท้าแบบขอบสั้นบ้าง ไม่งั้นมันดูไม่เท่ครับ

สไตล์ผ้าใบ มีโลโก้ Adidas ที่แถบป้ายส้นรองเท้าและขอบรองเท้า
แรงบันดาลใจรองเท้าวิ่ง
อัปเปอร์ผ้าถักแบบถี่
ภายในโอบกระชับเท้า นุ่มสบาย
พื้นรองเท้าชั้นกลางเป็น Boost ชั้นล่างเป็นยาง
สีหลากหลายสีสันมีทั้งแบบ Classic สีขาว ดำ เทา และสีเจ็บ ๆ ขึ้นอยู่กับรุ่น
ความสบาย4/5

4. รุ่น ULTRABOOST

4. รุ่น ULTRABOOST

ราคาโดยประมาณ 4,500-6,500 บาท

สามรุ่นที่ผ่านมาด้านบนเป็นรองเท้าสำหรับใส่เดินเล่น ใส่เที่ยว เป็นรองเท้าไลฟ์สไตล์มากกว่า แต่สำหรับรุ่นนี้ ULTRABOOST มันเป็นรองเท้าวิ่งที่ได้รับความนิยมของ Adidas มากครับ นักวิ่งหลาย ๆ คนเลยต่างก็ใส่รองเท้ารุ่นนี้วิ่ง และถึงแม้ว่าจะเป็นรองเท้าวิ่ง แต่ก็สามารถเอามาใส่เที่ยวกับเดินเล่นได้อยู่ และด้วยทรงของรองเท้าที่ดูสปอร์ต ดูเท่ดูคูลแบบสุด ๆ สายแต่งตัวแนวสปอร์ตและสตรีทน่าจะชอบมาก ใส่กับขาสั้นก็สวยอยู่ครับ และด้วยสีสันที่มีให้เลือกอย่างมากมาย ยิ่งกว่ารุ่นบน ๆ ไม่ว่าจะแนวสีคลาสสิกอย่าง ขาว ดำ เทาก็มี หรือแนวสีสันเจ็บ ๆ อย่างสีสะท้อนแสงก็มีให้เลือกเช่นกัน ตอบสนองความต้องการของทุกคนได้อย่างแน่นอน

แต่ปัญหาที่ผมเจอมาของรุ่น ULTRABOOST คือ ไซส์ของรองเท้าครับ อย่างที่ผมได้บอกไปผมใส่เบอร์ 8 1/2 US แต่พอมารุ่นนี้ ผมต้องซื้อแล้วเปลี่ยน ซื้อแล้วเปลี่ยนบ่อยมาก ตอนแรกลองซื้อไซส์ 8 1/2 มา มันคับแน่นเท้าไปหมดเลยครับ ปวดเท้ามาก ไม่สามารถใส่ได้เลย เลยเอาไปเปลี่ยนแล้วขอลองเบอร์ 9 พอลองแล้วก็ยังแน่นเท้าอยู่ คือมันดีขึ้น แต่ก็ยังไม่สบายเท้าครับ เลยมาลองเบอร์ 9 1/2 ถึงจะโอเค ใส่แล้วรู้สึกดีกว่าเดิมมาก ๆ ไม่ปวดเท้าเท่า 2 เบอร์แรกแล้ว

"รองเท้า Adidas" รุ่นไหนดี
ไซส์ของรุ่นนี้ ไม่ตรงกับเบอร์เท้าขั้นสุด เลือกเผื่อเหลือเผื่อขาดกันด้วยครับ

แต่ ๆ ก็ยังเจอปัญหาอยู่ครับ ตอนเอามาใส่แรก ๆ มันก็สบายนะ แต่พอเดินไปนาน ๆ เริ่มปวดเท้าขวา น่าจะเป็นเพราะว่า เท้าผมสองข้างขนาดไม่เท่ากัน ข้างซ้ายใส่สบายเท้ามาก ส่วนข้างขวากับยังแน่นอยู่ ก็แอบหงุดหงิดมันเหมือนกันนะครับ และครั้งนี้ไม่สามารถเอาไปคืนได้แล้วด้วย เพราะมีการแกะป้ายออกและได้ใส่ไปเดินข้างนอกบ้านแล้ว ผมจึงต้องหาวิธีการมาแก้ปัญหา จากถุงเท้าปกติที่ใส่อยู่ ต้องมาใส่ถุงเท้าแบบบาง ๆ แทน มันก็ช่วยได้ดีขึ้น แต่ยังรู้สึกแน่นเท้าอยู่ สุดท้ายต้องใส่รองเท้าคู่นี้แบบ ไม่ใส่ถุงเท้า มันถึงจะไม่รู้สึกปวดเท้าเลย แต่ก็รู้สึกระคายเคืองเท้าแทนครับ

โดยรวม ULTRSBOOST เป็นรุ่นที่ทำทรงออกมาได้ดูสวย ดูเฉี่ยว ดูเท่มากครับ แต่เรื่องความสบาย ถ้านำความรู้สึกจากเท้าซ้ายของผม ถือว่าดีมาก เท้าซ้ายผมไม่ปวดเลย เดินหรือวิ่งก็ได้สบาย ๆ แต่ข้างขวาก็นะ อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ผมแนะนำว่า ถ้าจะซื้อรุ่นนี้ ต้องเล็งไซส์ให้ดี ๆ และถ้าซื้อออนไลน์ตอนลองอย่าลืมใส่ถุงเท้าที่คิดว่าใส่เป็นประจำด้วย อย่าลืมคิดเผื่อขนาดเท้าซ้ายขวาด้วยนะ ถ้ามันแน่นเกินไปก็จะได้คืนแล้วเปลี่ยนเบอร์รองเท้าครับ สำหรับรองเท้าคู่นี้ ถ้านับจาก 5 คู่ที่ผมมี คู่นี้ผมใส่น้อยครั้งที่สุดครับ

สไตล์ผ้าใบทรงสปอร์ต
แรงบันดาลใจรองเท้าวิ่ง เทคโนโลยีชั้นสูง
อัปเปอร์ผ้า adidas Primeknit+
ภายในTailored Fibre Placement ช่วยกระชับเท้า
พื้นรองเท้าผลิตจากยาง Continental™
สีหลากหลายสีสันมีทั้งแบบ Classic สีขาว ดำ เทา และสีเจ็บ ๆ
ความสบายข้างซ้าย 5/5 ข้างขวา 1/5

5. รองเท้า Adidas รุ่น ULTRABOOST UNCAGE

5. รองเท้า Adidas รุ่น ULTRABOOST UNCAGE

ราคาโดยประมาณ 4,500-6,500 บาท

ถ้าเปรียบเทียบความสบายใน 5 รุ่นที่ผมมี รุ่น ULTRABOOST UNCAGE เป็นรุ่นที่ใส่แล้วสบายเท้ามากที่สุดเลยครับ จะใส่เดินนาน ๆ หรือเอาไปใส่วิ่งก็ไม่เคยงอแงหรือเกิดปัญหาขึ้นเลย ไม่มีการปวดเท้า แน่นเท้า ไม่มีการเจ็บที่หัวแม่โป้ง ไม่โดนรองเท้าบีบ เรียกได้ว่า ใส่แล้วสบายเท้าแบบสุด ๆ จึงเป็นรุ่นที่ผมใส่บ่อยมาก ๆ บ่อยพอ ๆ กับรุ่น STAN SMITH เลยครับ ยิ่งถ้าไปออกกำลังกายผมจะใส่รุ่นนี้ตลอดเลย

เรื่องทรงของรองเท้าจะคล้าย ๆ กับรุ่น ULTRABOOST และเป็นรองเท้าวิ่งเช่นเดียวกัน ทรงดูปราดเปรียว สปอร์ตเอามาก ๆ แต่เอาจริง ๆ รุ่น UNCAGE แอบดูเท่กว่าอยู่นะครับ และทั้งสองรุ่นจะแตกต่างกันที่ ส่วนหุ้มข้อเท้า โดย UNCAGE จะเป็นขอบแบบผ้ายางยืด ทำให้เวลาสวมใส่มันจะกระชับเข้ากับข้อเท้าได้พอดี ๆ และเนื่องจากขอบเป็นผ้าก็ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนขอบรองเท้ามาดัน ๆ ชน ๆ กับหลังเท้า หรือผิวเท้าให้เป็นแผลแสบอีกด้วยครับ

ULTRABOOST UNCAGE
ขอบเป็นแบบผ้ายางยืดนี้แหละ ใส่แล้วกระชับ ไม่เจ็บข้อเท้าและไม่เสียดสีให้แสบอีกด้วย

ส่วนเรื่องไซส์ของรองเท้าจะเหมือนกับ ULTRABOOST ตรงที่ต้องซื้อขนาดใหญ่กว่าปกติ โดยผมได้ซื้อขนาด 9 1/2 มาใส่ ซึ่งกระชับเท้า สวมใส่สบายมาก ๆ ไม่แน่นเท้า และไม่มีปัญหาทั้งเท้าซ้ายและขวาเลยครับ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ยี่ห้อ Adidas เหมือนกัน ไซส์เหมือนกัน แต่พอคนละรุ่น การกระชับเท้ามันดันไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ตารางไซส์รองเท้าในเว็บ Official เอาจริง ๆ มันพอดูได้คร่าว ๆ นะครับ ถึงเวลาจริงมันต้องทดลองใส่ดูถึงจะรู้ว่า รองเท้ารุ่นนี้ ไซส์นี้ มันเหมาะกับเท้าของเราหรือไม่

และที่น่าเสียดายที่สุดคือ รุ่น UNCAGE ไม่มีขายใน Adidas.co.th แล้วครับ ถ้าอยากได้ต้องไปหาซื้อตามร้านค้าหรือ Shopee กับ Lazada แทน นี่ยังหวังว่า ทาง Adidas เขาจะออก ULTRABOOST UNCAGE รุ่นใหม่ ๆ สีใหม่ ๆ มาวางขายกันอีกทีครับ

สไตล์ผ้าใบทรงสปอร์ต ผ้ายางยืดหุ้มข้อเท้า
แรงบันดาลใจรองเท้าวิ่ง เทคโนโลยีชั้นสูง
อัปเปอร์ผ้า adidas Primeknit+
ภายในโอบกระชับเท้า นุ่มสบาย
พื้นรองเท้าผลิตจากยาง Continental™
สีหลากหลายสีสันมีทั้งแบบ Classic สีขาว ดำ เทา และสีเจ็บ ๆ
ความสบาย5/5

เป็นยังไงกันบ้างครับ ได้เห็นรีวิวของ “รองเท้า Adidas” รุ่นไหนดี กันไปถึง 5 รุ่นแล้ว มีรุ่นไหนสนใจอยากจะหาซื้อไปใช้งานกันบ้าง แต่ละรุ่นมันก็มีทรง มีสไตล์แตกต่างกันไปนะครับ ถ้าชอบแบบเรียบ ๆ คลาสสิก ๆ ก็ต้อง STAN SMITH หรือ SUPER STAR ก็น่าจะดี หรือถ้าอยากเอาเท่ ๆ ใส่เดินเล่นสบาย ๆ ก็ NMD หรือพวกรองเท้าวิ่งของ Adidas ก็ได้ครับ หรือจะลองรองเท้ารุ่นพิเศษ​ ๆ ที่ราคาโคตรโหดอย่าง Yeezy Boost ราคาประมาณ 35,000 บาท! เห็นราคาก็จะเป็นลมละครับ ไม่กล้าซื้อมาใส่จริง ๆ แต่ถ้าอยากดูเท่ ดูคูล พิเศษกว่าคนอื่น และงบไม่ใช่ปัญหา ก็ลองจัดกันได้นะครับ และมารีวิวให้ผมฟังด้วยนะ

รองเท้า Adidas

รองเท้า Adidas รุ่นไหนดี 2021 รวมมาแล้ว รีวิว 5 รุ่น