รองเท้า Adidas Nite Jogger

จากที่ได้ไปลอง Adidas Nite Jogger เมื่อต้นเดือน เลยอยากมาเล่าให้ฟังเล่น ๆ เกี่ยวกับรองเท้าตัวนี้ คืออยากทำเป็นวิดิโอรีวิววนะ แต่แม่งไม่มีรองเท้าไง ไอ้รูปที่ถ่ายมาเนี่ยถ่ายตอนงานเปิดตัวที่มีกิจกรรม Photo Contest เค้าให้ยืมเอามาถ่ายเพื่อส่งรูปประกวดในงาน แต่คือผมแม่งตกรอบไงครับเลยไม่ได้รองเท้า เส้านะ แต่ไม่เป็นไร ซื้อเองก็ได้ รวย …เหรอ

  • Adidas Nite Jogger 2019

ADVERTISEMENTREPORT THIS AD

รองเท้า Nite Jogger นี่เป็นโมเดลที่เพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่นาน เรียกว่าสด ๆ ร้อน ๆ เลย (งานเปิดตัวในไทยก็เพิ่งจัดเมื่อ 10 เมษา 2019 ที่ผ่านมานี่เอง) การดีไซน์ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Nite Jogger รุ่นออริจินัลในปี 1980 ซึ่งก็แน่นอนว่าผมเกิดไม่ทันหรอก (ประโยคนี้อีกแล้วเหรอ)

  • โปสเตอร์โฆษณารองเท้า Nite Jogger โมเดลออริจินัลในปี 1980
    รูปจาก oldposter.sneakerlab.net
  • Adidas Nite Jogger โมเดลออริจินัลในปี 1980
    รูปจาก kicks-box.com

ตัวนี้ก็จะเอาดีไซน์บางส่วนจากตัว OG มาปรับแต่งแปลงเปลี่ยนให้มีความทันสมัยขึ้น ใส่เทคโนโลยีพื้น Boost แบบเต็มผืนเข้าไป ทำให้รองเท้านุ่มเด้งสวมใส่สบาย

ส่วนตรงอัปเปอร์จะมีจุดที่เป็นวัสดุ reflective (สะท้อนแสง) หลายส่วน เช่น ที่เชือก, แถบ 3 stripes ข้างรองเท้า, แถบแถว ๆ toe box, แถบด้านข้างและตรงสันข้างหลังรองเท้าบริเวณ heel counter

  • แถบสะท้อนแสงบน Nite Jogger

  • แถบสะท้อนแสงบน Nite Jogger

สิ่งที่ Adidas โม้ไว้เกี่ยวกับคอนเซ็ปของรองเท้าโมเดลนี้คือ การออกแบบภายใต้คอนเซ็ป “Day to Night” หรือ “ทั้งวันทั้งคืน” จะสื่อประมาณว่า เป็นรองเท้าที่ใส่แล้วดูเฟี๊ยวทั้งกลางวันและกลางคืน จริง ๆ แล้วรองเท้าเหี้ยไรก็ใส่ได้ทั้งกลางวันกลางคืนแหละนะ จะเท่มั้ยก็อยู่ที่หนังหน้าเรานี่แหละ (ล้อเล่นน่า)

ซึ่งได้นำคอนเซ็ปนี้มานำเสนอผ่านการดีไซน์รองเท้าโดยการใส่แถบสะท้อนแสงลงไปที่รองเท้าตามที่กล่าวด้านบน ทำให้เวลาโดนแสงสาดในที่มืด หรือถ่ายรูปโดยเปิดแฟลช เราก็จะเห็นความรีเฟล็กซ์ของมันนั่นเองครับ ใครเอาไปใส่ตอนกลางคืนก็มั่นใจได้ว่าคนขับรถจะมองเห็นเราได้เพราะรองเท้าเรามีแถบสะท้อนแสง อาจจะช่วยให้ปลอดภัยขึ้น (เหรอวะ)

อะ พูดถึงที่มาละ มาถึงส่วนที่ผมขอรีวิวจากความเห็นตัวเองละนะ
จากที่ลองใส่เดินอยู่แป๊บ ๆ ก็รู้สึกได้ว่าเออ พื้นมันนุ่มดี ก็ตามสไตล์พื้น Boost แหละ ความกระชับก็โอเค เรียกว่าสวมใส่สบาย ใช้งาน daily life ได้ชิล ๆ เลย เพราะทรงมันไม่บีบรัดให้ปวดตีน

หน้าเท้าก็ไม่บีบ กว้างดี ใส่สบาย
ดีเทลรองเท้าก็ถือว่าสวย ดูมีกลิ่นความ retro พอสมควร
วัสดุหลัก ๆ ในส่วนกลางรองเท้าจะเป็นไนลอน ripstop ลักษณะจะเป็นผ้าที่มีแพทเทิร์นเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสเล็ก ๆ น่ะครับ ลองนึกถึงพวกอุปกรณ์เดินป่าเดินเขาหรืออุปกรณ์ทหารอะไรประมาณนั้น

ส่วนข้างหน้าด้านบนจะเป็นผ้า mesh และตรงปลายเท้า ตรงที่ผูกเชือก แถบโลโก้บริเวณลิ้นรองเท้า และที่สันข้างหลัง จะมีการตกแต่งด้วยหนังกลับ (suede) ทำให้ดูมีความ retro เล็ก ๆ และดูเพิ่มมิติให้รองเท้าดูน่าสนใจขึ้น (แต่จะปวดหัวเวลาเอาไปใส่ลุย เพราะ suede แม่งทำความสะอาดไม่ง่ายนัก)

สรุป
เอาตรง ๆ จากความเห็นส่วนตัวที่เห็นครั้งแรกคือ เห็นแล้วผมไม่ชื่นชอบเลย ตอนนั้นมันขายในเว็บ adidas ไทย แม่ง sold out ไวมาก ผมก็สงสัยว่าแม่งขายออกได้ไงวะ ทำไมกูเฉย ๆ แต่พอได้มาดูใกล้ ๆ ได้จับจูบลูบคลำ ก็รู้สึกว่ามันมีเสน่ห์ดีในแบบของมัน (แต่ก็ยังไม่ได้รู้สึกตกหลุมรักแบบสุด ๆ อยู่ดี สงสัยว่าจะไม่ถูกจริตส่วนตัว)

ดังนั้น ผมแค่จะบอกว่าถ้าเราชื่นชอบดีไซน์และความสามารถมัน ก็จัดเลย เรื่องดีไซน์มันแล้วแต่คนชอบ ส่วนเรื่อง performance เรื่องการใช้งาน ผมให้ตัวนี้เป็นรองเท้าตัวนึงที่ใส่ได้ดี ใส่สบาย รูปทรงสวยงามไม่แปลกประหลาดเกินจารีตประเพณี คือใส่ได้ทุกงาน ใส่ใช้งาน daily life ได้สบาย อันนี้พูดจริง กูไม่ได้สปอนเซอร์ (คิดดู ขนาดไปตากแดดถ่ายรูปงานโฟโต้คอนเทสต์ ยังตกรอบเล้ย ห่า ใครมันจะมาสปอนเซอร์)

เพิ่มเติมอีกนิดเรื่องการเลือก size คือ ใส่ตรงไซซ์ได้เลย มันกว้างอยู่ละ

เออ ประมาณนี้

ลาห่อน,
มิสเตอร์ชวาเอง

ปล. เขียนดีขนาดนี้ สปอนเซอร์ต้องลงแล้วล่ะนะอาดิดาสไทยแลนด์

รองเท้า Adidas Nite Jogger

รองเท้า adidas