• adidas 4D เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ ซึ่งพื้นชั้นกลางนี้จะขึ้นรูปโดยการใช้แสงและก๊าซออกซิเจนจากเทคโนโลยี Digital Light Synthesis ของ Carbon ด้วยการฉายแสงดิจิตอล ผสมผสานกับการไหลผ่านระหว่างของเหลวกับออกซิเจน จนได้ออกมาเป็นโพลีเมอร์โครงสร้างแบบโพรงตาข่ายที่มีทั้งความทนทานและมีประสิทธิภาพในการใช้งานในระดับสูง เมื่อการสร้างและออกแบบพื้นชั้นกลางของรองเท้าแบบ Digital นั้น มีข้อดี คือ ไม่ต้องขึ้นรูปแม่พิมพ์แบบเดิมๆ ลดขั้นตอนการผลิต ลดต้นทุนและวัสดุในการผลิตลง เมื่อทุกอย่างลดลง ก็ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปด้วย และการออกแบบ 4D แนวนี้ ก็มีผลดีต่อผู้ใช้เช่นกัน สามารถสร้างรองเท้าให้เหมาะสมกับการใช้งานได้ เช่น ใครที่ชอบลงน้ำหนักที่ส้นเยอะ ก็จะมีการออกแบบในส่วนส้นนั้นหนาหรือนุ่มกว่าส่วนอื่น เพื่อรองรับแรงกระแทกเฉพาะของแต่ละคนไป ไม่มีรองเท้าแบบเดิมๆ อีกแล้ว คำว่า One size fit all ก็คงจะหมดไป แต่การผลิตแบบ 4D ณ ตอนนี้นั้น ยังมีข้อจำกัดอยู่ สามารถผลิตได้น้อยในแต่ละครั้งและยังมีราคาสูง ทำให้รองเท้า 4D ที่ออกมาวางจำหน่ายตอนนี้ยังไม่ใช่รองเท้าเฉพาะของแต่ละคน หากจะมองว่าเป็นรองเท้าคอนเซ็ปต์ของเทคโนโลยีนี้ที่ให้คนทั่วไปได้มาสัมผัสกันก็ได้ แต่เมื่อไรที่ทาง อาดิดาส สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านี้ไปได้ และไปรวมกับ Futurecraft.Loop ได้ล่ะก็ จะทำให้รองเท้าแต่ละคู่นั้นเหมาะกับแต่ละคน และยังสามารถรีไซเคิลได้ใหม่อีก คนใส่แฮปปี้ สิ่งแวดล้อมก็แฮปปี้ adidas AlphaEdge 4D วันนี้เราได้รับรองเท้าคู่นี้มาจากทาง อาดิดาส ประเทศไทย ขอบพระคุณมากๆ ที่ส่งรองเท้าคู่นี้มาให้ไปใช้งาน และทำให้เราได้สัมผัสเทคโนโลยี 4D ไปด้วย ซึ่งทางเราก็ชอบแนวคิดของทางอาดิดาสมากๆ และอยากเห็น Futurecraft.Loop ไวๆ ด้วยซ้ำ สำหรับรุ่นนี้เป็นรุ่นที่เปิดตัวมาเมื่อปลายปี 2018 ปัจจุบันมี AlphaEdge 4D อีกลายไปแล้ว อัปเปอร์โดยหลักใช้ผ้าถัก Primeknit พร้อมกับเทคโนโลยี Forgefiber ที่มีการเย็บเฉพาะจุดเพื่อเพิ่มความทนทานในขณะเคลื่อนไหว พื้นชั้นกลางใช้เทคโนโลยี 4D และพื้นชั้นนอกใช้ยาง Continetal ลวดลายเป็นวงกลม สวยงามมากๆ และจากที่ได้ลองสวมใส่พบว่าเป็นฟีลลิ่งที่แปลกใหม่ พื้นชั้นกลางไม่ได้นุ่ม แต่รู้สึกเฟิร์ม ใส่เดินทั้งวันได้แบบสบายๆ เพราะพื้นที่เฟิร์มไม่ยวบ ทำให้การเดินหรือยืนนานๆ ไม่เมื่อยขา แต่การนำไปใส่วิ่งอาจจะต้องคิดหนักสักนิด เพราะตัวรองเท้ามีน้ำหนักค่อนข้างเยอะเลย

  • adidas ประกาศความร่วมมือกับ ห้องปฏิบัติการแห่งชาติของสหรัฐ ประจำสถานีอวกาศนานาชาติ เพื่อค้นหาและขยายขอบเขตแห่งนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ ศักยภาพของมนุษย์ และความยั่งยืนด้วยความที่ทั้ง adidas และ ห้องปฏิบัติการแห่งชาติของสหรัฐ ประจำสถานีอวกาศนานาชาติ ต่างก็ถือเป็นผู้นำในด้านวิทยาการของตนเองด้วยกันทั้งสองฝ่าย ความร่วมมือกันในครั้งนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งอนาคตและนักกีฬาที่อาศัยอยู่บนโลกและในอวกาศ สำหรับการร่วมมือในระยะแรกนั้นจะมุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์เป็นหลัก และด้วยการสนับสนุนจากห้องปฏิบัติการฯ และเทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นโดยนาซ่า (NASA) จึงทำให้ adidas จะได้ทำการทดสอบนวัตกรรมที่ใช้กับรองเท้าในอวกาศเป็นแบรนด์แรก ซึ่งทาง adidas ได้มีกำหนดการทดสอบเทคโนโลยีบูสท์ (Boost) ในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง ที่อาจมีผลต่อคุณสมบัติความนุ่มสบายและประสิทธิภาพในการใช้งานของผลิตภัณฑ์รุ่นปัจจุบัน และอาจเกิดการต่อยอดเทคโนโลยีสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในอนาคตอีกด้วย ส่วนลูกฟุตบอลของ adidas ที่ถูกนำขึ้นไปใช้ในภารกิจสเปซเอ็กซ์ ซีอาร์เอส-18 (SpaceX CRS-18) ในช่วงก่อนหน้านี้ ก็ได้มีการนำไปทดลองไปแล้วหลายครั้ง โดยวัตถุประสงค์ของการทดสอบนี้ก็เพื่อศึกษาการเคลื่อนที่ในอากาศที่มากกว่าการทดลองในอุโมงค์ลมบนพื้นโลก ซึ่งจากหลักการของอากาศพลศาสตร์หรือการศึกษาการเคลื่อนที่ของอากาศในรูปแบบทรงกลมอาจทำให้การออกแบบลูกฟุตบอลมีอิสระมากขึ้นในด้านของรูปทรงและพื้นผิว เจมส์ คาร์นส์ รองประธานฝ่ายการจัดการกลยุทธ์ของแบรนด์ adidas กล่าวว่า “การทำงานร่วมกับห้องปฏิบัติการแห่งชาติของสหรัฐ ประจำสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถาบันที่มีความล้ำสมัยมากที่สุดในโลก จะมีส่วนช่วยให้ adidas ได้สร้างมาตรฐานใหม่ในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อประสิทธิภาพการใช้งานอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม การร่วมมือกันในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เกิดการพัฒนาศักยภาพทางการกีฬาเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยให้เกิดการค้นหากระบวนการและการออกแบบที่อาจนำมาใช้กับ adidas ในด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนด้วยเช่นกัน” นอกเหนือจากนี้ adidas ยังได้วางแผนที่จะทำการค้นคว้าด้านอื่นๆ เช่น ศักยภาพของมนุษย์และความยั่งยืน ภายในห้องปฏิบัติการฯ แห่งนี้ โดยข้อมูลที่ได้จากการฝึกฝนเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับนักบินอวกาศ เพื่อให้สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมอันโหดร้าย อาจช่วยให้ adidas สามารถค้นพบข้อมูลที่สำคัญและสามารถนำไปใช้กับนักกีฬาก็เป็นได้ ในอวกาศถือเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการทดสอบวัสดุเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้สภาวะที่รุนแรงและสภาพแวดล้อมที่จำกัด ซึ่งการค้นคว้าวิจัยต่างๆ ที่สถานีอวกาศภายในอนาคตข้างหน้า จะถูกนำมาปรับใช้กับกระบวนการ LOOP CREATION PROCESS ของ adidas เพื่อกรรมวิธีการผลิตแบบหมุนเวียนที่ช่วยให้เกิดความยั่งยืนและการนำกลับมาผลิตใหม่บนโลกของเราได้อีกด้วย คริสติน เครทซ์ รองประธานฝ่ายโครงการและความร่วมมือของห้องปฏิบัติการแห่งชาติของสหรัฐ ประจำสถานีอวกาศนานาชาติ กล่าวว่า “ในอวกาศนั้นมีสภาวะที่มีความพิเศษเฉพาะตัว ซึ่งถือว่าเป็นสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น เราสามารถสังเกตการทดลองบางประเภทได้ในสภาวะไร้น้ำหนักเท่านั้น อย่างลักษณะการหมุนของลูกฟุตบอล ที่เราสามารถทำได้ที่นี่โดยไม่เกิดผลกระทบต่อกระแสลมหรือการใช้อุปกรณ์ช่วยเพื่อให้ลูกบอลลอยอยู่กับที่ ซึ่งการที่เรามีตัวแปรที่สามารถควบคุมได้แบบนี้ก็ทำให้เราสามารถทำการทดลองและเก็บข้อมูลบางอย่างที่ไม่สามารถทำได้บนพื้นโลกนั่นเอง” adidas จะส่งเม็ดบูสท์และรองเท้าไปที่ห้องปฏิบัติฯ พร้อมกับโครงการขนถ่ายสัมภาระของสเปซเอ็กซ์ในอนาคต โดยจะเริ่มมีการทดสอบภายในปี 2020 นักบินอวกาศที่อาศัยอยู่ภายในสถานีอวกาศจะทำการทดลองโดยปราศจากแรงดึงดูดของโลกเพื่อค้นหาความเป็นไปได้ในการผลิตพื้นบูสท์บนพื้นที่ที่มีอนุภาคที่แตกต่างกันเพื่อค้นหาและพิสูจน์ทฤษฎีของนักวิทยาศาสตร์ที่อาจช่วยยกระดับประสิทธิภาพและความนุ่มสบายของรองเท้าในระดับสูงสุด

  • Adidas ต่างประเทศ ต้อง Made in อะไร หลายคนเคยไปต่างประเทศนะคะ แต่พอไปถึงช็อปแล้ว เอ้า ทำไมมันผลิตในอาเซียนนี่เอง จริงๆ แล้ว Adidas ต่างประเทศนั้น ต้อง Made in Vietnam , Indo , China ค่ะ จะมีแค่ 3 แห่ง นี้เท่านั้น !! จะไม่มีฐานการผลิตที่อื่นค่ะ ซึ่งถามว่าทำไมต้อง 3 แห่งนี้ เพราะค่าแรงในอาเซียน มีราคาถูกนั่นเองค่ะ มีบางคนถาม กี้ ว่า เอทำไม นะ พี่กี้ หิ้วจากยุโรปทำไมไม่ Made in ยุโรป ซึ่ง ถ้าโรงงานตั้งในยุโรป เราได้ใช้ อดิดาส คู่ละหมื่นแน่ๆค่ะ แบบของ Adidas ต่างกันยังไง แต่ละรุ่นของ adidas ต่างกันยังไง คำถามนี้มีมามากมายค่ะ ซึ่งรุ่นของ adidas นั้นจะมีความแตกต่างกันด้วยทรง และ สี เช่น adidas neo กับ adidas superstar 2 แบบนี้บางรุ่นก็จะมีความหลายกันก็คือ ขีดสามขีด แต่ ราคาก็จะมีความต่างกันค่ะ ดั่งในภาพด้านล่างนี้ Adidas คืออะไร Adidas คืออะไร ก็คือแบรนด์ รองเท้ายอดฮิตอันดับ 1 ของโลกค่ะ ซึ่งเกือบทุกคนบนโลกนี้ต้องมี Adidas ติดตัวอย่างน้อยซัก 1 คู่ค่ะ ทีนี้เรามาดูกันค่ะว่า รุ่นไหนที่ต่างประเทศฮิตกันบ้าง

  • ในปัจจุบันรองเท้าผ้าใบที่หลายๆ คนชื่นชอบในความสวย ทันสมัย มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และราคาไม่แพงมากจนเกินไป ซึ่งทุกคนสามารถจับต้องได้ แต่เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีการนำเอาเทคโนโลยีด้านสปอร์ตที่ adidas เชี่ยวชาญมาผนวกรวมเข้าด้วย นั่นทำให้เราได้รองเท้าไว้ใส่เดินทางไปไหนมาไหนแบบนุ่มสบายและน้ำหนักเบาอย่างที่หลายๆ คนกำลังมองหา เรื่องราวต่อไปจากนี้ เราจะพูดกันถึงเรื่องราวของรองเท้า adidas NEO กันอย่างละเอียด ไปทำความรู้จักเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังความนุ่มสบายและน้ำหนักเบา วันนี้เราจะทำให้คุณจะรู้จักคอลเลคเชั่นรองเท้าที่ถูกสร้างมาเพื่อวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่อย่างเราได้อย่างแน่นอน ADIDAS NEO และคอนเซ็ปต์ ‘Live Your Style’ ให้หนุ่มสาวอินเทรนด์ได้แบบไม่รู้จบ ADIDAS NEO และคอนเซ็ปต์ ‘Live Your Style’ ให้หนุ่มสาวอินเทรนด์ได้แบบไม่รู้จบ ADIDAS NEO แบรนด์นี้เพื่อหนุ่มสาวรุ่นใหม่โดยเฉพาะ จากประสบการณ์และความเก๋าของ ADIDAS ที่คร่ำหวอดอยู่ทั้งในวงการสปอร์ตแบรนด์และวงการแฟชั่นมาหลายทศวรรษ ทำให้ไม่ใช่เรื่องแปลกหาก ADIDAS จะแตกแบรนด์น้องใหม่ขึ้นมาอีกสักแบรนด์ที่ตอบสนองรูปแบบเทรนด์ ‘fast fashion’ ในปัจจุบันที่มาเร็วไปเร็วกันจนเราแทบตามเทรนด์ไม่ทัน ซึ่งแบรนด์ ADIDAS NEO นั้นจะเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่มีใจรักในแฟชั่น โดยสินค้าทั้งเครื่องต่างกาย รองเท้า แอ็กเซสซอรี่ต่าง ๆ จาก ADIDAS NEO นั้นจะส่งตรงจากรันเวย์ไปยังช็อปทันทีให้หนุ่ม ๆ สาว ๆ ได้เข้าไปเลือกซื้อแบบไม่ต้องกลัวตกเทรนด์กันเลยทีเดียว NEO = new ใหม่และสด นี่แหละคือคาแร็กเตอร์ของ ADIDAS NEO คำว่า NEO ในชื่อแบรนด์ ADIDAS NEO นั้นมีความหมายว่า ‘new’ หรือ ‘ใหม่’ นั่นเอง ทำให้กลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์น้องใหม่นี้อยู่ที่กลุ่มหนุ่มสาวที่มีช่วงอายุระหว่าง 14 – 19 ปี หรือหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่ชอบมองหาแฟชั่นใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาใส่ได้ในชีวิตประจำวัน โดยพรีเซ็นเตอร์คู่ใจของแบรนด์ก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเซเลน่า โกเมซ นักร้องสาวซูเปอร์สตาร์ที่ดังไม่หยุดฉุดไม่อยู่ในขณะนี้ รูปลักษณ์ของเธอนั้นถือว่าตอบโจทย์คอนเซ็ปต์ของแบรนด์ได้อย่างตรงจุด ทั้งสด ใหม่ และยังแฝงไว้ด้วยความหรูหราในสไตล์สปอร์ตอยู่ในที นับว่าเป็นแบรนด์ที่ดึงดูดใจวัยรุ่นได้มากเลยทีเดียว และเป็นสปอร์ตแบรนด์สไตล์ลำลองที่จะครองใจวัยรุ่นได้ไม่ยาก อะไรเจ๋ง ๆ บ้างที่เราจะพบได้จาก ADIDAS NEO สำหรับไอเท็มที่อยู่ในไลน์สินค้าของแบรนด์น้องใหม่อย่าง ADIDAS NEO นั้นจะเป็นไอเท็มที่สามารถเติมเต็มลุคของหนุ่มสาวรุ่นใหม่ให้คอมพลีทได้แบบไม่ยาก โดยเน้นดีไซน์ที่สนุกสนาน เต็มไปด้วยพลังและความสดใส ซึ่งจะมีทั้งเครื่องแต่งกายและแอ็กเซสซอรี่ต่าง ๆ ประกอบไปด้วยเสื้อกล้าม เสื้อยืด เสื้อสเว็ตเตอร์ เสื้อฮู้ด กางเกงกีฬา แทร็คแพนทส์ เดรส กระโปรง เสื้อแจ็คเก็ต และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือรองเท้าผ้าใบ สไตล์เก๋ ๆ ที่ทั้งเบาสบาย แต่ตอบโจทย์ด้านกีฬาหรือแฟชั่นได้เป็นอย่างดี จะใส่ไปออกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือไปเที่ยวก็สวยอย่างมีสไตล์ได้เสมอ ซึ่งไอเท็มเด็ดจาก ADIDAS NEO ที่น่าสนใจ อาทิเช่น ADIDAS CLOUDFOAM SWIFT RACER SHOES รองเท้าผ้าใบที่ทั้งสวย หวาน และเท่ได้ในคู่เดียว ด้วยการใช้ผ้าตาข่ายแบบรังผึ้งมาเป็นพื้นผิวของตัวรองเท้า ทำให้รองเท้าผ้าใบคู่นี้มีความเบาเป็นพิเศษ เหมาะกับการวิ่งแบบสุด ๆ พร้อมด้วยเทคโนโลยีแผ่นรองรับฝ่าเท้าแบบ Cloudfoam ที่ให้ความรู้สึกนุ่มสบายเท้าตลอดทุกย่างเก้า ตกแต่งด้วยเอกลักษณ์ประจำตัวของแบรนด์ ADIDAS อย่างแถบ 3 ขีดที่ด้านข้างของตัวรองเท้า มีให้เลือกถึง 3 สี 3 สไตล์ด้วยกัน ได้แก่ สีดำ สีน้ำเงิน และสีเทาADIDAS NEO CLOUDFOAM QT VULC SHOES รองเท้าสนีกเกอร์แบบสลิปออนสำหรับสาว ๆ โดยเฉพาะด้วยสีสันสดใสน่ารักสไตล์สาวรุ่นใหม่อย่างสีฟ้าและสีชมพู ที่มาพร้อมกับน้ำหนักที่เบาสุด ๆ จึงสวมใส่ได้อย่างสบายเท้าตลอดทุกการเดินทาง ตัวรองเท้าทำจากผ้าตาข่ายบางซึ่งระบายอากาศได้ดีเป็นพิเศษ และยังพับได้ด้วย ไม่ใช่วัสดุแข็งเหมือนอย่างรองเท้าสนีกเกอร์ทั่ว ๆ ไป จึงรับประกันความสบายราวกับไม่ได้ใส่รองเท้าเลยทีเดียว นอกจากนี้เทคโนโลยี Cloudfoam ที่พื้นรองเท้ายังเพิ่มความสบายในทุกย่างก้าวให้สาว ๆ ได้ก้าวเดินอย่างมั่นใจแบบไม่ต้องกลัวรองเท้ากัดเลย

  • เราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่า นี่เป็นยุคทองของรองเท้า Adidas ซึ่งความรุ่งเรืองดังกล่าวก็ไม่ได้วัดจากอะไร นอกจากความสำเร็จของรองเท้าที่มีคนถามหากันอยู่ไม่ขาด อย่าง Adidas NMD XR1 หรือ Adidas Superstar Slip On ซึ่งเกิดจากการที่หันมาจับตลาดรองเท้าแฟชั่นมากขึ้น จากที่เคยต่อสู้อย่างหนักหน่วงอยู่ในตลาดรองเท้ากีฬา วันนี้เราจะพามาดูสุดยอด 5 ตัวท็อปของรองเท้า Adidas ที่นับว่าเป็นตัวแทนความสำเร็จของในระดับที่ว่ามีแต่คนถามถึง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่กำลังได้รับความนิยมสุดๆ จุดเริ่มต้นของรองเท้าจากเมืองเบียร์ Adidas นับเป็นอีกแบรนด์รองเท้าที่คุ้นหูคนไทยเป็นอย่างดี โดยมีต้นกำเนิดมาจากประเทศเยอรมัน ถ้านับจนถึงปัจจุบันก็มีอายุกว่า 67 ปีเข้าไปแล้ว เป็นคุณลุงคนหนึ่งได้เลยทีเดียว ซึ่งก็ต้องบอกว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 70 ปีที่พวกเขาโลดแล่นอยู่ในตลาดก็มีทั้งช่วงที่ซบเซา และช่วงที่รุ่งเรือง เป็นธรรมดาของการอยู่ในธุรกิจรองเท้า แต่หลังจากเข้าสู่ปี 2010 จนถึงปัจจุบัน นั้นเป็นยุครุ่งเรืองของ อาดิดาส อย่างแท้จริง 1. Adidas Yeezy 350           เป็นการร่วมมือกันระหว่าง Adidas และยอดศิลปินนักแร็พอย่าง Kanye West ซึ่งเป็นผู้ออกแบบหลักของรองเท้าตระกูล Yeezy บนสุดยอดเทคโนโลยี Primeknit และ Boost ออกมาเป็นรองเท้าที่มีดีไซน์สุดแจ่ม ทันสมัย ดูมีความฉูดฉาดอย่างลงตัวพอดิบพอดี ไม่ขาดไม่เกิน รวมถึงสวมใส่สบาย กระชับเท้า เบา จะใส่ทำกิจกรรมอะไรก็สามารถสนับสนุนเท้าได้ดี และใส่ไปไหนก็โดดเด่นเตะตาผู้คน           เปิดตัวด้วยราคาประมาณ 7,000 บาทไทย แต่มีจำนวนจำกัด ไม่ถึง 100 คู่ในไทย ทำให้ราคาพุ่งสูงไปถึงหลักหลายหมื่น และยังมีคนอยากได้อยู่ตลอดเวลา ปัจจุบันมีการสานต่อความสำเร็จโดยการออก Adidas Yeezy Boost V2 ด้วยดีไซน์ที่ยังอยู่บนรากฐานความสำเร็จเดิม แต่เพิ่มเติมสีสันเข้าไป รับรองว่ามาเปิดตัวในไทยเมื่อไหร่ มีห้างแตกแน่นอน 2. Adidas Superstar           รองเท้าสุดคลาสสิคของ Adidas ที่เป็นแบบฉบับของรองเท้าผ้าใบทั่วโลกมากว่า 40 ปี ด้วยเอกลักษณ์การออกแบบที่โดดเด่น ด้วยลายเปลือกหอยด้านหน้ารองเท้า และแถบ 3 แถบด้านข้างรองเท้าที่พิชิตใจคนรักรองเท้าผ้าใบมาแสนนานถึงขนาดที่ว่าผ่านมานานขนาดนี้ก็ยังมีคนอยากได้ ด้วยความคลาสสิกนี้เองที่ทำให้ Adidas Superstar ไม่จำเป็นต้องโปรโมทมากมาย ไม่ต้องออกรุ่นใหม่เยอแยะ แต่ยังมีมียอดขายและมีคนถามหาอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะในไทย ที่ต้องบอกว่าเป็นแฟชั่นมาตรฐานของวัยรุ่น เพราะใส่กับอะไรก็ดูเท่ห์           นับว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์ไม่น้อยเพราะรองเท้าตระกูลนี้มีต้นกำเนิดมาจากรองเท้าบาสเกตบอลแท้ๆ แต่ด้วยความสวยโดยไม่ต้องทำอะไรมาก มันก็แพร่กระจายเสน่ห์ไปทุกทิศทาง จากกีฬาไปสู่ดนตรี จากดนตรีไปสู่แฟชั่น จากแฟชั่นไปสู่สังคม และจากสังคม ตอนนี้ก็กลายเป็นรองเท้าขึ้นหิ้งที่ไม่ว่าใครก็ขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว 3. Adidas NMD XR1           NMD คือชื่อตระกูลของรองเท้า Adidas ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในยุคนี้ เรียกได้ว่า Adidas NMD เป็นผู้บุกเบิกการผสมผสานรองเท้า Sneakers เข้ากับรองเท้าผ้าใบแฟชั่น และรองเท้ากีฬาออกมาได้อย่างลงตัว และกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของรองเท้ายุคใหม่ที่ใครๆก็ต้องพากันเดินตาม           คงไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่านี่คือรองเท้าที่ดีที่สุดโดย Adidas ในปัจจุบัน เพราะ Adidas NMD เริ่มต้นจากการนำสิ่งที่ดีที่สุดของรองเท้ารุ่นที่ประสบความสำเร็จที่สุดของ อาดิดาส มารวมกัน ก่อนที่จะผสมกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่าง Primeknit และ Boost ออกมาเป็นรองเท้าที่โดดเด่นทั้งการดีไซน์และสวมใส่บนแนวคิดที่ว่ารองเท้ายุคใหม่ ไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกว่านี่คือรองเท้าแฟชั่นหรือรองเท้ากีฬา เพราะวิถีชีวิตของคนปัจจุบันก็คาบเกี่ยวทั้งสองสิ่งนี้ไว้ด้วยกันอยู่แล้ว จึงเป็นรองเท้าแฟชั่นที่สามารถเล่นกีฬาได้ และเป็นรองเท้ากีฬาที่เปี่ยมไปด้วยความสวยงาม 4. Adidas Superstar Slip On           หาก Superstar คือดาวที่เจิดจรัสค้างฟ้า Adidas Superstar Slip On ก็คือดาวดวงใหม่ที่แสนจะไฉไล ที่โดดเด่นด้วยรูปทรงซึ่งพัฒนาต่อเนื่องมาจากตระกูล Super Star โดยเฉพาะทรงเปลือกหอยด้านหน้ารองเท้าที่เป็นจุดขาย และเปลี่ยนจากเชือกที่ต้องมัดให้เป็นรองเท้าสำหรับสวมใส่สะดวก แต่ยังคงสวยงามด้วยดีไซน์ของลายไขว้และการจับคู่สีซึ่งยังคงความมินิมอลไว้ได้ไม่ต่างไปจากเดิม 5. Adidas Ultra Boost           ปิดท้ายด้วยฝั่งรองเท้ากีฬาแท้ๆอย่าง Adidas Ultra Boost ซึ่งจัดเต็มด้วยเทคโนโลยี Boost ซึ่งเป็นจุดขายของ Adidas เอง ที่จะช่วยให้การลงสัมผัสที่เท้านั้นแสนจะนุ่มนวล ช่วยให้วิ่งได้สนุกขึ้นอย่างสัมผัสได้ เพราะเวลาที่วิ่งลงน้ำหนักที่เท้า จะมีแรงที่ช่วยส่งกลับ หรือที่ภาษานักวิ่งเรียกว่า “เด้ง” ซึ่งจะช่วยประหยัดแรงในการวิ่งไปได้มากโข แถมยังช่วยลดอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดจากการวิ่ง เพราะช่วยลดแรงกระแทกที่จะส่งไปยังเท้าและข้อเข่าอีกด้วย ครบถ้วนไปแล้วสำหรับ 5 รุ่นสุดแจ่มจาก Adidas ไม่ว่าจะเป็นสายแฟชั่นยุคใหม่อย่าง Adidas NMD XR1 หรือสายคลาสสิกอย่าง Adidas Superstar ก็มีเสน่ห์แตกต่างกันไปตามสไตล์ของตัวเอง ใครถูกใจแบบไหนก็สามารถเลือกซื้อให้เหมาะกับตัวเอง หรือถ้าถูกใจไปหมด ไม่รู้จะซื้อ Adidas คู่ไหนดี ก็จัดมาหลายๆคู่ก็ได้ เพราะจะยิ่งทำให้เราสามารถ Mix and Match สวมใส่รองเท้าให้เข้ากับการแต่งตัวได้หลากหลายสไตล์นั่นเอง

  • อาดิดาส รันนิ่งเปิดตัวรองเท้าวิ่งเพียวบูสท์ โก (Pureboost Go)สองสีใหม่ล่าสุดที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากแนวเข้มแบบลายทหารและความดิบสไตล์อุตสาหกรรม มีให้เลือกทั้งสีดำแซมเขียวเข้ม-ส้ม (Black with Ivy/Orange) และสีเขียวมิ้นท์ (Clear Mint) โดยยังคงไว้ซึ่งจุดเด่นในด้านการเปลี่ยนทิศทางการวิ่งได้รวดเร็วดั่งใจ พร้อมเสริมคุณสมบัติการระบายความชื้นภายในด้วยเส้นใยไคลมา (Clima Moisture Management Yarns)และแต่งเติมวัสดุสะท้อนแสงบนตัวรองเท้าเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้สวมใส่ในขณะออกวิ่ง “ซิตี้ รัน” ยามค่ำคืน พร้อมบุกทุกเมืองทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป มีให้เลือกทั้งสีดำแซมเขียวเข้ม-ส้มและสีเขียวมิ้นท์เสริมคุณสมบัติการระบายความชื้นด้วยเส้นใยไคลมา ยกระดับประสบการณ์แห่ง “ซิตี้ รัน” ยามค่ำคืนด้วยตัวรองเท้าแบบสะท้อนแสงสานต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมเสริมประสิทธิภาพการใช้งานที่เหนือกว่า ด้วยกรรมวิธีลดขยะเหลือทิ้งในกระบวนการผลิต เพียวบูสท์ โก เป็นรองเท้าวิ่งที่ถูกคิดค้นสร้างสรรค์ขึ้นมาเติมเต็มประสบการณ์การวิ่งในแบบสตรีทเพื่อนักวิ่งยุคใหม่โดยเฉพาะ ตัวรองเท้ามาพร้อมกับพื้นที่กว้างเป็นพิเศษ ช่วยให้นักวิ่งสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องตัวและบุกเบิกเส้นทางใหม่ๆ ภายในเมืองได้อย่างมั่นใจ และยังมีการเสริมด้วยเทคโนโลยีบูสท์ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมสุดล้ำของวงการที่ อาดิดาส พัฒนาขึ้นมาเพื่อคืนพลังให้กับนักวิ่งในทุกย่างก้าว ยิ่งไปกว่านั้น อาดิดาส ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความยั่งยืน ด้วยกรรมวิธีการผลิตรองเท้าวิ่งเพียวบูสท์ โก แบบใหม่ที่มีส่วนช่วยลดเศษขยะเหลือทิ้งจากการบวนการผลิตอีกด้วย มัทธีอัส แอมม์ ผู้อำนวยการอาวุโสด้านผลิตภัณฑ์ของอาดิดาส รันนิ่ง กล่าวว่า “เพียวบูสท์ โก คือรองเท้าวิ่งที่เหมาะกับบรรดาครีเอเตอร์ที่อาศัยอยู่ในเมืองที่คับคั่งจากทั่วทุกมุมโลก เรามีความต้องการที่จะนำเสนอมนต์เสน่ห์แห่งการวิ่งแนวสตรีท ความเป็นกลุ่มเป็นก้อนของสังคมนักวิ่ง และเหตุผลที่ว่าทำไมการวิ่งในเมืองจึงถือเป็นกีฬาที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ ซึ่งสิ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องมีก็คือ รองเท้าวิ่งที่เหมาะสม และนั่นจึงเป็นแรงบันดาลใจให้เราคิดค้นและพัฒนารองเท้าวิ่งเพียวบูสท์ โก ขึ้นมาพร้อมกับเฉดสีใหม่ประจำซีซั่นนี้”

  • Adidas เผยโฉมโมเดลสุดล้ำ Deerupt Runner กับ 6 เฉดสีใหม่ล่าสุด ที่พร้อมมาสร้างสีสันให้กับซีซั่นนี้ ด้วยการออกแบบที่เรียบง่าย แปลกใหม่ และพิเศษด้วยคู่สีทูโทน Deerupt Runner นี้ถูกถอดแบบมาจากต้นฉบับ Deerupt ด้วยตัวรองเท้าที่มาจากวัสดุผ้า mesh เสริมความโดดเด่นด้วยผ้าตาข่ายบริเวณส่วน upper พื้นรองเท้าเป็นวัสดุ EVA มาพร้อมกับลายตารางสุดคลาสสิค เพิ่มความสวยงามที่ด้านหลังของรองเท้าด้วยแถบป้ายหนังประดับโลโก้ Trefoil ฉบับอาดิดาส ออริจินอลส์ และเสริมความทนทานที่ส่วน outsole ด้วยพื้นยาง และพื้นด้านในแบบ Ortholite® ที่ให้ความนุ่มสบาย สีใหม่ทั้ง 6 เฉดสีของ Deerupt Runner นั้นเป็นสีโทนโมโนโครมที่ตัดกับสีฟลูออเรสเซนต์และพาสเทล ช่วยเพิ่มสีสันและลูกเล่นให้กับ Deerupt Runner ที่ถือเป็นโมเดลรองเท้าอันเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ในรูปแบบที่ไม่มีใครเหมือน Deerupt Runner วางจำหน่ายแล้ว ในราคา 3,800 บาท

  • อาดิดาส รันนิ่ง สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในวงการวิ่งอีกครั้งด้วยการเปิดตัว “อัลตร้าบูสท์ 19” (Ultraboost 19) สีรีแฟรคท์ (Refract) เป็นอัลตร้าบูสต์โฉมใหม่ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ทั้งหมด ด้านการดีไซน์มีการนำเอารุ่น ทริปเปิ้ลไวท์ (Triple White) มาแปลงโฉมใหม่ จนได้ออกมาเป็นสีพิเศษที่ 3 จากทั้งหมด 4 สี โดยเปิดตัวและวางจำหน่ายจำนวนจำกัด ก่อนวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2019 สำหรับรองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ 19 สีรีแฟรคท์นั้น ถูกออกแบบโดยการใช้สียอดนิยมอย่างสีทริปเปิ้ลไวท์มาเสริมด้วยลายถักสีมัลติโทนัล (multi-tonal) ซึ่งนอกจากดีไซน์ของรองเท้าที่มีความสวยงามแล้ว รองเท้าวิ่งคู่นี้ยังถูกสร้างขึ้นเพื่อประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด โดยทีมนักออกแบบและทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ของอาดิดาสได้ร่วมมือกับนักวิ่งชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลกในการแปลงโฉมรองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์รุ่นเดิมที่มีชิ้นส่วนถึง 17 ชิ้นให้เหลือเพียงชิ้นส่วนหลักๆ เพียงแค่ 4 ชิ้นเท่านั้น เริ่มจากพื้นรอง Optimized BOOST แบบใหม่ล่าสุดที่มีปริมาณบูสท์แคปซูลที่เพิ่มขึ้นอีก 20% ส่งผลให้รองเท้าสามารถคืนพลังงานแก่นักวิ่งได้มากกว่ารุ่นก่อน โดยถูกประกอบรวมเข้ากับชิ้นส่วน Torsion Spring ที่มีน้ำหนักเบาและช่วยรองรับการเปลี่ยนรูปของพื้นรองเท้าได้อย่างดีเยี่ยม ตามมาด้วยตัวรองเท้าที่ผลิตจากวัสดุ Primeknit 360 ที่มาพร้อมกับน้ำหนักที่เบาสบายและดูเรียบง่าย ปิดท้ายด้วยชิ้นส่วน 3D Heel Frame ที่ช่วยในเรื่องของการปรับเข้ากับรูปเท้าและการซัพพอร์ทที่สมบูรณ์แบบ รองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ 19 สีรีแฟรคท์ วางจำหน่ายแล้วในจำนวนจำกัด ราคา 7,300 บาท ที่ร้านอาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์, อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ และร้านอาริ รันนิ่ง คอนเซปต์ สโตร์

  • adidas ปล่อยรองเท้าคอลเลคชั่นพิเศษรับเทศกาลวาเลนไทน์ โดยยังคงใช้ Ultraboost 20 ในการสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่ง adidas Ultraboost 20 Valentine’s Day ที่วางขายในไทยปัจจุบันมีให้เลือกหลายคู่ adidas ประเทศไทยวางขายรองเท้า Ultraboost รุ่น Valentine’s Day แล้ว ซึ่งตัวนี้มีให้เลือกด้วยกันสองสี คือ สีขาวและสีดำ ตัวรองเท้าโดดเด่นด้วยลวดลายดอกกุหลาบบนลิ้นรองเท้า เชือกรองเท้าถูกออกแบบให้มีรูปหัวใจกระจายอยู่เต็มพื้นที่ ขณะที่ด้านหลังรองเท้าเขียนคำว่า LOVESTORY ซึ่งองค์ประกอบทั้งหมดสื่อถึงวันแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึง โดยรองเท้าคู่นี้สามารถหาซื้อได้แล้วที่ช็อป adidas ทั่วประเทศ ในราคา 6,500 บาท ขณะที่หลายคนก็สนใจ adidas Ultraboost 20 Valentine’s Day อีกรุ่น โดยคู่นี้มาพร้อมลายหัวใจแบบ 8-bit ที่พื้นรองเท้า อันสื่อความรักความสดใส แต่แว่วๆ มาว่ารุ่นนี้มีเฉพาะไซส์ของผู้หญิงเท่านั้น ด้าน Ultraboost 20 รุ่นนี้ มาพร้อมเทคโนโลยีที่เรียกว่า Tailored Fiber Placement ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ทำตัวรองเท้า ด้วยวัสดุไพรม์นิต (Primeknit) ซึ่งเป็นการตัดเย็บและการจัดวางโครงสร้างของเส้นใย ที่ต้องบอกว่า มีความถูกต้องและแม่นยำในระดับมิลลิเมตร ขณะที่ชิ้นส่วน 3D Heel Frame ที่อยู่ในรองเท้าจะคอยพยุงส้นเท้าเอาไว้อย่างมั่นคง ทำให้ทุกการสวมใส่เท้าของเราจะเข้ารูปกับรองเท้า ในขณะที่เคลื่อนไหวในแบบต่างๆ ช่วยซัพพอร์ทแรงกระแทกได้อย่างยอดเยี่ยม อีกด้วย เอาเป็นว่าใครกำลังมองหารองเท้าใหม่สักคู่ adidas Ultraboost 20 Valentine’s Day ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

  • หากพูดถึงรองเท้าที่สามารถผสมผสานเข้ากับการแต่งตัวได้เกือบทั้งหมด adidas Superstar คงเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัวของหนุ่มๆ หลายคน เพราะรองเท้ารุ่นนี้เป็นรองเท้าที่ดีไซน์เรียบแต่ดูดี สามารถสวมใส่ได้ในทุกๆ โอกาส ไม่ว่าจะเป็นวันพักผ่อนสบายๆ หรือแม้แต่วันทำงาน ขณะที่ปีนี้ถือเป็นการฉลองครบรอบ 50 ของรองเท้า adidas Superstar ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนวงการสตรีทแฟชั่นโลก วันนี้ จึงถือโอกาสพาทุกคนมาแกะกล่อง adidas Superstar รุ่น Laceless รองเท้าผ้าใบไร้เชือก (แต่ก็มีเชือกแถมมาให้) มาดูกันสิว่า จะสวยลงตัวขนาดไหน ต้องบอกว่ารองเท้า adidas Superstar Laceless ออกแบบมาพิเศษให้ดูแตกต่างและทันสมัยขึ้น ทางแบรนด์จึงดีไซน์ตัวรองเท้าเป็นผ้าใบกึ่งสลิปออน สามารถสวมใส่ได้โดยไม่ต้องร้อยเชือก แต่หากอยากใส่แบบมีเชือกในกล่องก็มีเชือกทั้งเส้นเล็ก เส้นใหญ่ แถมมาให้ด้วย ด้านหัวรองเท้าทางแบรนด์ยังคงเลือกใช้ลวดลายเปลือกหอยอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิม เพิ่มเติมคือบริเวณแผ่นรองฝ่าเท้าขึ้นรูปมาเป็นพิเศษบุด้านในด้วยหนังมีรายละเอียดความความยับย่นเล็กน้อย ซึ่งเข้ากับตัวพื้นรองเท้าที่ถูกนำเสนอแบบสีขาวตุ่นๆ มีความคลาสสิกเป็นอย่างมาก